วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สารคดีท่องเที่ยว เรื่อง เกาะสวยใก้ลกรุงเทพฯ

สารคดีท่องเที่ยว เรื่อง เกาะสวยใกล้กรุงเทพฯ

เช้าวันศุกร์ เป็นเวลาที่ท้องฟ้าสดใสในยามเช้า แต่สำหรับดิฉันมันเป็นเช้าที่แสนสงบและสุขสบาย มันเป็นวันแห่งการพักผ่อนระหว่างสัปดาห์ของดิฉัน แต่ด้วยท้องฟ้าที่แจ่มใส และอากาศที่แสนดี จะมีหรือที่คนที่ชอบการท่องเที่ยวโดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ทะเล จะอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมพื้นที่แสนอึดอัด ดิฉันเตรียมกระเป๋ากับกล้อง เตรียมตัวเดินทางไปเกาะสีชังที่ที่คนต่างบอกเล่ากันว่าสงบและสวยงามมาก วันนี้เป็นวันที่ดิฉันไม่เครียดเรื่องงานเป็นวันที่ผ่อนคลายมาก
ดิฉันเดินทางด้วยรถแท็กซี่มาลงที่สถานีขนส่งเอกมัยมันเป็นวันที่รถติดมาก อีกตามเคย แต่ดิฉันก็ไม่หงุดหงิดเลยเพราะว่าดิฉันตื่นเต้นกับการไปเที่ยวทะเลเกาะสีชังในครั้งนี้ จนลืมความเครียดไปในเวลานั้น ดิฉันถึงที่สถานีเอกมัยเป็นที่เรียบร้อยขนกระเป๋าลงจากรถแท็กซี่ เดินตรงไปที่ซื้อตั๋วรถทัวร์ กรุงเทพฯ- พัทยา ดิฉันรอเวลารถทัวร์ออกเดินทาง เพื่อมุ่งหน้าสู่อำเภอศรีราชา สู่ท่าเรือจรินทร์ ขึ้นเรือเมล์เพื่อข้ามไปยังเกาะสีชังด้วยค่าโดยสาร 40 บาท ใช้เวลาเดินทางเพียง 40 นาทีก็ถึงปลายทางกลางทะเล เพียงก้าวแรกบนท่าเทียบเรือดิฉันก็เริ่มรับรู้ได้ถึงความเงียบสงบของที่แห่งนี้ เดินจากท่าเรือเข้ามาเล็กน้อยเราก็จะมองเห็นพาหนะนำเที่ยวหลายรูปแบบทั้งสามล้อเครื่องที่มีหลายราคาตามจำนวนสถานที่ มอเตอร์ไซค์ให้เช่าที่มีทั้งแบบเป็นชั่วโมงๆละ 100 บาทหรือแบบเหมาทั้งวัน 250 บาท ผมมีเวลาเที่ยวบนเกาะนี้เกือบค่อนวันก็เลยเลือกแบบเหมาทั้งวัน พี่เจ้าของรถก็ช่วยแนะเส้นทางให้โดยบอกให้เราขับตามถนนหลักซึ่งสายเดียวรอบเกาะทั้งมีป้ายบอกทางสถานที่ต่างๆ โดยก่อนอื่นพี่เขาบอกให้เราเลี้ยวขวาไปก่อนเพื่อไปไหว้ “เจ้าพ่อเขาใหญ่”สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวเกาะ ขับไปไม่นานก็พบเจอศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เดินตามบันไดขึ้นเขาคยาศิระไม่ไกลก็จะถึงศาลที่ประทับเจ้าพ่อเขาใหญ่ ซึ่งศาลแห่งนี้มีตำนานเล่าว่าในอดีตเกาะสีชังแห่งนี้ยังไม่มีผู้คนมาอาศัยอยู่ จะมีเพียงเรือสำเภาที่มาจอดถ่ายสินค้า ตกเวลากลางคืนจะสังเกตเห็นแสงสว่างสะท้อนออกมาจากบริเวณศาลในปัจจุบัน จึงได้มีการสำรวจพบถ้ำและปรากฏว่าพบรูปหินของเจ้าพ่อเขาใหญ่ในลักษณะประทับ และกลายเป็นที่เคารพสักการะของคนโดยทั่วไป หลังจากไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่เสร็จดิฉันก็เดินขึ้นบันไดตามป้ายบอกทางเพื่อไปนมัสการรอยพระพุทธบาทบนยอดเขา แต่แล้วก็เกือบถอดใจเพราะบันไดนั้นแสนจะชันและยาวไกล แต่ในที่สุดดิฉันก็ขึ้นมาถึงยอดเขา สิ่งแรกที่พบก็คือเจดีย์ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เดินต่อไปอีกนิดหน่อยก็จะพบรอยพระพุทธบาทซึ่งจำลองมาจากรอยพระพุทธบาทที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช เมื่อปี พ.ศ.๕๐๐ มีความยาวศอกเศษ ทำจากหินขวาน ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนำมาจากวัดพุทคยา ประเทศอินเดีย บนยอดเขานี้ถือเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดบนเกาะสีชังเพราะสามารถมองเห็นเกาะได้รอบทิศ วิวที่จุดนี้เป็นบรรยากาศที่สวยงามและสงบมากดิฉันได้ยินเสียงลมมากระทบหูมันเป็นเสียงลมและเสียงคลื่นทะเลที่น่าหลงใหลมาก
เมื่อลงจากยอดเขา ผมก็ขับรถตามถนนหลักต่อไปไม่ไกลนักก็ถึง “ช่องเขาขาด”หรือ“ช่องอิสริยาภรณ์” เป็นอ่าวที่มีความสวยงาม มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวใสสะท้อนกับแสงแดดในยามใกล้เที่ยง เกิดเป็นประกายระยิบระยับ เดินขึ้นไปบนจุดชมวิวบริเวณใกล้กันจะพบพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงโปรดฯให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ชมวิว และเมื่อเดินทางต่อไปก็จะเข้าสู่เขตชุมชนชาวเกาะสีชัง หลังบ้านเรือนเหล่านั้นจะสังเกตเห็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่บนเชิงเขา ดิฉันเลี้ยวตามป้ายบอกทางซึ่งบอกว่าเป็นสำนักสงฆ์ถ้ำจักรพงษ์ ซึ่งสามารถขับรถขึ้นไปยังสำนักสงฆ์บนเชิงเขาได้ สำนักสงฆ์แห่งนี้นอกจากจะมี “พระเหลือง” พระพุทธรูปปรางค์สมาธิองค์ใหญ่เป็นจุดเด่นแล้วยังมี “ถ้ำจักรพงษ์”ที่ภายในประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์อีกด้วย เมื่อกราบพระและทำบุญเสร็จดิฉันก็ออกเดินทางสู่สถานที่ต่อไป ดิฉันขับมาถึงทางเข้าพระราชจุฑาธุชราชฐาน พระราชฐานในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ดิฉันตัดสินใจเลี้ยวขวาขึ้นเนินเขาเพื่อไปยังหาดถ้ำพังอ่าวอัษฎางค์ เมื่อข้ามเนินเขามาได้ก็จะมองเห็นหาดถ้ำพังหาดทรายสีขาวเหมาะสำหรับการเล่นน้ำ ดิฉันใช้เวลาบนหาดแห่งนี้อยู่นานเพราะเป็นหาดที่มีความสวยงามจึงขอเก็บความทรงจำด้วยการถ่ายภาพเก็บไว้ดูเป็นที่ระลึก แต่น่าเสียดายเพราะบนเกาะสีชังนี้มีเพียงหาดถ้ำพัง หาดเดียวที่สามารถเล่นน้ำได้นอกจากนั้นทะเลเป็นหน้าผาและโขดหินใหญ่ไม่สามารถเล่นน้ำได้ ในบริเวณไกลกันก็ยังมีแหลมอัษฎางค์ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาตกปลากันและสถานที่ท่องเที่ยวสุดท้ายบนเกาะสีชังซึ่งถือเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด นั่นก็คือ “พระราชจุฑาธุชราช” ซึ่งมีความเป็นมาคือ ครั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงพระเยาว์ได้ตามเสด็จรัชกาลที่ ๔ ประพาสเกาะสีชัง และได้ทรงแจกทานแก่คนชราที่มีอายุเกินร้อยปีถึง ๓ คน สีชังจึงเป็นสถานที่พัก เป็นสถานที่พักฟื้นเป็นที่นิยมของชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ แพทย์หลวงถวายคำแนะนำให้พระบรมวงศ์เสด็จไปพักรักษาพระองค์ ณ เกาะสีชัง โดยเฉพาะพระเจ้าลูกยาเธอ “เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ” ในปี พ.ศ.๒๔๓๔ ทรงพระเยาว์มีพระอาการมาก ต้องไปพักรักษาพระองค์อยู่ที่เกาะสีชังเป็นเวลานาน รัชกาลที่ ๕ ทรงมีความห่วงใยก็เสด็จไปทรงอภิบาลพระราชโอรสเป็นการประจำเช่นกัน และในปีพ.ศ.๒๔๓๑ทรงโปรดฯให้สร้างตึกขึ้นสามหลัง สำหรับเป็นที่พักฟื้นผู้ป่วย ได้แก่ ตึกวัฒนา ตึกผ่องศรี และตึกอภิรมย์ ในปี พ.ศ.๒๔๓๕ ได้โปรดเกล้าให้สร้างพระราชฐานขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับเพื่อแปรพระราชฐานในฤดูร้อน พระราชทานนามว่า “จุฑาธุชราชฐาน” ตามพระนามของพระเจ้าลูกยาเธอที่ประสูติที่เกาะสีชัง ภายในบริเวณมีพระที่นั่ง 4 องค์ ตำหนัก 14 หลัง และศาลา 1 แห่ง มีหาดที่สวยงามเรียกหาดท่าวัง จุดเด่นของพระราชฐานแห่งนี้คงหนีไม่พ้น “สะพานอัษฎางค์” สะพานขาวที่ทอดยาวออกไปยังทะเล นอกจากนี้เวลาช่วงเย็นพื้นที่บางส่วนของพระราชจุฑาธุชราชยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เล่นกีฬาของชุมชนอีกด้วยเสียงแตรจากเรือเมล์ดังมาถึงพระราชจุฑาธุชราชที่ดฉันยืนอยู่ ถึงเวลาที่ดิฉัน ต้องกลับไปสู่โลกที่วุ่นวายอย่างเคยแล้ว ต่างกับที่นี่โดยสิ้นเชิงที่เงียบสงบและเรียบง่าย ดิฉันเริ่มจะรักที่นี่เสียแล้ว “สีชัง” คงชังแต่เพียงชื่อ สำหรับนักท่องเที่ยวหลายๆคนรวมทั้งดิฉันคงชังที่นี่ไม่ลงเป็นแน่ ดิฉันจะไม่ลืมสถานที่ที่สวยงามและเงียบสงบแห่งนี้เป็นอันขาดเพราะถือว่าเป็นเกาะสวรรค์ใกล้กรุงเทพฯอีกที่หนึ่งเลยทีเดียว

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ข่าวแจก

ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
เรื่อง การขายทอดตลาดรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ


ด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มีความประสงค์จะขายทอดตลาดรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ หมายเลขทะเบียน ๕ ฌ - ๔๔๘๔ จำนวน ๑ คัน รายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย ประกาศนี้ โดยมีวิธีดำเนินการและเงื่อนไข ดังนี้
๑. กำหนดวิธีการขายทอดตลาด ขายโดยวิธีประมูลราคาด้วยการยื่นซองใบเสนอราคา ในวันศุกร์ที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๑ ตั้งแต่เวลา ๙.๓๐ น. ถึง ๑๐.๓๐ น. และเปิดซองใบเสนอราคาพร้อมทั้งพิจารณาผลการประมูลในเวลา ๑๑.๐๐ น. ณ กลุ่มงานพัสดุ อาคาร ๑๓ ชั้น ๒ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องวางเงินสดค้ำประกันในการประมูล รายละ ๒,๕๐๐.๐๐ บาท (สองพันห้าร้อยบาทถ้วน)
๒. การชำระเงินและรับมอบรถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศ
๒.๑ ผู้ชนะการประมูลต้องชำระค่ารถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศที่ประมูลได้ทันที และขอรับมอบรถดังกล่าวภายใน ๗ วันทำการ นับแต่วันขายทอดตลาด หากไม่มารับรถภายในกำหนดระยะเวลา มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ที่จะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดูแลรักษารถ
๒.๒ ผู้ชนะการประมูลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งสิ้น อาทิ ค่าธรรมเนียม ค่าภาษี ค่าอากรแสตมป์ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (ถ้ามี)
๒.๓ หากผู้ชนะการประมูลไม่ชำระค่ารถยนต์ตู้โดยสารปรับอากาศตามที่ประมูลได้ มหาวิทยาลัยจะถือว่าท่านผิดเงื่อนไขในการประมูล และจะริบเงินสดค้ำประกันในการประมูลทันที และ จะดำเนินการขายอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ หากได้เงินไม่คุ้มราคาที่ขายทอดตลาดในครั้งก่อน ท่านจะต้องชำระเงินในส่วนที่ขาดนั้น
๓. มหาวิทยาลัยสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ขาย หรือยกเลิกการขายทอดตลาดนั้นเสียก็ได้ ถ้าเห็นว่าราคาสูงสุดที่ผู้ยื่นเสนอราคาประมูลนั้น ยังไม่เป็นผลดีต่อทางราชการ ในกรณีเช่นนี้ ผู้ยื่นเสนอราคาประมูลจะเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
๔. การวินิจฉัยของมหาวิทยาลัยให้ถือเป็นเด็ดขาดจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น ผู้เข้าร่วมประมูลต้องปฏิบัติตามประกาศนี้
๒ / ผู้สนใจ...
ผู้สนใจติดต่อขอรับเอกสาร ได้ตั้งแต่วันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๑ ถึงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ ระหว่างเวลา ๙.๐๐ น.ถึง ๑๕.๓๐ น. ในวันราชการ หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซด์ www.dusit.ac.th หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข ๐ ๒๒๔๔ ๕๑๑๐ ถึง ๕๑๑๔ หรือ ๐ ๒ ๖๖๘ ๗๔๖๔ ในวันและเวลาราชการ
ประกาศ ณ วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๑
(รองศาสตราจารย์ศิโรจน์ ผลพันธิน)
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เขียนถึงสถาบันโดยตรง
สวนดุสิต เปิดโลกการเรียนภาษาอังกฤษผ่านบทเรียนมัลติมีเดีย

ผศ.สิทธิชัย ธาดานิติ ผู้อำนวยการสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.)
กล่าวว่า สถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม มสด.ได้ตระหนักถึงความสำคัญด้านภาษาอังกฤษ จึงได้จัดกิจกรรม
ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาด้วยตนเอง ผ่านบทเรียนมัลติมีเดีย English Discoveries ซึ่งใช้กัน
แพร่หลายกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมีเนื้อหาการฝึกฝนทักษะการใช้ภาษาอังกฤษที่ครบถ้วนทั้งการฟัง พูด อ่าน
เขียน ไวยากรณ์และคำศัพท์ โดยวิธีการเรียนด้วยตนเองจากโปรแกรมมัลติมีเดีย ที่ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน
นอกจากนี้ผู้เรียนสามารถมาเลือกเรียนหลักสูตรที่คิดว่าเหมาะสมกับความรู้ของตนเอง เช่น หลักสูตร Basic หลักสูตร
intermediate และหลักสูตร Advanced ตามความประสงค์เป็นรายบุคคล ในการเรียนแต่ละครั้งจะมีการประเมินผล
นักศึกษาก่อนเรียน และหลังเรียน การใช้บทเรียนมัลติมีเดีย English Discoveries ในการสอนเสริมสำหรับนักศึกษา
จะทำให้ผู้เรียนรู้สึกสนุกกับการเรียนมากขึ้น เมื่อนักศึกษามีข้อสงสัยเกี่ยวกับเนื้อหาหรือแบบฝึกหัด จะมีอาจารย์
ประจำสถาบันภาษาฯ คอยให้คำปรึกษา ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะ ทัศนคติทางด้านภาษาที่ดีขึ้น เป็นการส่งเสริม
ให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนต่อ การสมัครงาน หรือในชีวิตประจำวันได้
รวมทั้งการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
ผศ.สิทธิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมที่จะช่วยกระตุ้นการเรียนภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาคือ นักศึกษาต้อง
เรียนจบ 1 หลักสูตรระดับ 1,2,3, โดยมีเวลาเรียนระดับ 15 ชั่วโมง เป็นอย่างต่ำ รวมแล้วจะต้องมีชั่วโมงเรียนรวม
ทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 45 ชั่วโมง และมีคะแนนสอบหลังเรียน (Exit-Test) ดีกว่าก่อนเรียน (Entry Test) ในทุกทักษะ การ
เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว นักศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรพร้อมใบรายงานผลการเรียน เพื่อให้เขาเกิดกำลังใจว่าสิ่ง
ที่เขาได้รับจากความขยันนอกจากใบประกาศนียบัตรเขายังได้รับความรู้ที่เกิดจากตนเอง การพัฒนาคุณภาพของ
นักศึกษาให้มีความรู้และทักษะทางด้านภาษาต่างประเทศโดยส่งเสริมให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นความ
พยายามอีกทางหนึ่งที่จะตอบสนองกลยุทธ์การสร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิตของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตให้
เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น




เขียนถึงประโยชน์ต่อสังคม
สถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต


กระทงเทียนหอมสวนดุสิต
สีสันใหม่แห่งสายน้ำ ต้อนรับเทศกาลลอยกระทง
รศ.ดร.ชวนี ทองโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและ
พัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กล่าวถึงเทศกาลลอย
กระทงว่า การลอยกระทงเป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ เป็น
ประเพณีที่ได้รับความนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เมื่อถึงวัน
เพ็ญเดือน ๑๒ ประชาชนจะจัดทำกระทงเป็นรูปต่างๆ ด้วยใบตอง
หยวกกล้วย ดอกบัว เปลือกมะพร้าว หรือวัสดุอื่นๆ ตกแต่ง
กระทงให้สวยงามด้วยดอกไม้ และจุดธูปเทียนด้วยเครื่อง
สักการบูชา หรือบางท้องถิ่นก็มีความเชื่อ ใส่สตางค์ หมากพลู
ตัดเส้นผม เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต ก่อนลอยในแม่น้ำและ
จะอธิฐานขอพร และขอขมาต่อพระแม่คงคา และการละเล่นแบบไทย การประกวดนางนพมาศ และสิ่งสำคัญ
ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันในการทำกิจกรรม เช่น การทำกระทง ทำบุญตักบาตร
รศ.ดร. ชวนี ทองโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเพณีการลอยกระทง ยังเป็นประเพณีที่ได้รับ
ความนิยมอย่างมาก แต่สิ่งที่ทำให้ประเพณีของเราเริ่มเปลี่ยนแปลงไป สังเกตได้จากการทำกระทง ที่เริ่มใช้วัสดุที่
ทำให้ย่อยสลายได้อยาก เช่น พลาสติก โฟม บางชนิดต้องใช้เวลาหลายปี เป็นผลให้เกิดมลพิษทางน้ำการทำให้
หมดโดยเร็วก็คือการเผาซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศเช่นกัน หรือแม้กระทั่งการเล่น พลุ ดอกไม้ไฟ ประทัด ไม่ควร
จุดใกล้บริเวณแรงดูดของไฟฟ้า หรือน้ำมันที่ก่อให้เกิดเชื้อเพลิง อาคารบ้านเรือน บางชนิดก่อให้เกิดอันตรายถึง
ชีวิต โดยเฉพาะกับเด็กที่มองเป็นเรื่องสนุก อยากให้ทุกคนร่วมกันรักษาประเพณีไทยเพื่อให้ประเทศไทยเรามี
ประเพณีลอยกระทงที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
นอกจากนี้สถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม ได้ร่วมรักษาประเพณีไทย
ด้วยการทำกระทงเทียนหอมเพิ่มสีสันใหม่ให้สายน้ำ
นางศุภลักษณ์ ทับทวี วิทยากรประจำสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยว่า “ กระทงเทียนหอมสวนดุสิต เริ่มมีการ
ประดิษฐ์คิดค้นกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยอดีตผู้อำนวยการสำนัก
ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการเลียนแบบดอกบัวหลวงที่มีกลีบดอกสวยงาม ลักษณะ
ของดอกบัวหลวงจะมีลักษณะกลมกว้างใหญ่ ผิวใบเรียบ สีเขียวขอบน้ำตาล ดอก
เป็นกลีบซ้อนกันหลายชั้น มีสีขาว ชมพู เหลือง ซึ่งจะมีรูปแบบคล้ายกับกระทง
ใบตอง กระทงเทียนหอมสวนดุสิต เมื่อนำไปลอยในแม่น้ำแล้วจุดเทียนให้แสงสว่างไฟ จะมีแสงสะท้อนบวกกับ
ดวงจันทร์ที่กระทบกับผิวน้ำ ซึ่งแสงสว่างจากกระทงเทียนหอมสวนดุสิต จะต่างจากวัสดุธรรมชาติ ตรงที่ว่า
ใบตองเป็นสีเขียวปกติ แล้วแต่งด้วยดอกไม้ แต่กระทงเทียนหอม สวนดุสิต คือ สีสันที่เราสร้างมันขึ้นมา เพื่อ
เป็นการเพิ่มสีสันให้กับสายน้ำในเทศกาลลอยกระทง ”



ข่าวประชาสัมพันธ์

ก้าวมั่นอย่างมีอนาคตที่สดใส
วิชาชีพบริการกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์หัวหิน
Suan Dusit University Hua-Hin Campus
Activity of Month


กิจกรรมเด่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์หัวหิน
ประจำเดือน พฤศจิกายน 2551
วันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2551 ศูนย์หัวหิน จัดงานลอยกระทง บริเวรณหน้าหอพัก
ชวนชม และสวนหลวงราชินี อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อสืบสาน
ศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทยและเสริมสร้างสัมพันธ์ภาพที่ดีระหว่างคณาจารย์
เจ้าหน้าที่และนักศึกษาจากศูนย์สุพรรณบุรีกับศูนย์หัวหิน
วันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2551 ศูนย์หัวหิน เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสัมมนา เรื่อง
การประชุมปฏิบัติการเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการให้กับศูนย์การศึกษา ณ ห้อง
Mock Up และ โรงแรมซิตี้บีช รีสอร์ท อ. หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
วันที่ 28-30 พฤศจิกายน 2551 ศูนย์หัวหิน จัดประชุมสัมมนาอาจารย์แนะแนว
เครือข่ายทั่วประเทศ เรื่อง ติดอาวุธทางปัญญาครูแนะแนวยุคใหม่ เพื่อเด็กไทยก้าวไกลสู่
ตลาดแรงงาน ณ ห้องศาลาชื่นอารมณ์ และ ห้อง Mock Up ศูนย์หัวหิน